เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของทุกภาคส่วนในประเทศไทยเกี่ยวกับศักยภาพทางเศรษฐกิจและการค้าของไต้หวัน ตลอดจนบทบาทและความสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จึงได้มีการจัดกิจกรรมฉายสารคดีเรื่อง “A Chip Odyssey (มหากาพย์แห่งชิป)” จำนวน 4 รอบ ณ กรุงเทพมหานคร พร้อมกิจกรรมเสวนาหลังการฉายร่วมกับผู้กำกับ ระหว่างวันที่ 7–8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พัฒนาการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน และสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการพัฒนาและนวัตกรรมของไต้หวันในฐานะ “เกาะซิลิคอน”
นายปีเตอร์ หลัน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันได้รับความสนใจและการยอมรับจากประชาคมโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งไต้หวันมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตและส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของตลาดโลก ทุกครั้งที่ไต้หวันติดต่อแลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ มักมีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า “ไต้หวันสามารถบรรลุความสำเร็จนี้ได้อย่างไร”
สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอและย้อนรอยพัฒนาการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี โดยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและทีมวิศวกรในยุคบุกเบิก ที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความไม่ยอมแพ้ ควบคู่กับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและความรักชาติ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่เชื่อมั่นจากนานาประเทศ ทีมวิศวกรก็ยังเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสำคัญกลับมาสร้างรากฐานให้แก่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ซึ่งนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จนถึงปัจจุบัน
นายปีเตอร์ หลัน ยังได้เน้นย้ำว่า ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันและประเทศไทยมีความแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความคาดหวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยเข้าใจถึงพัฒนาการและศักยภาพของไต้หวันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองฝ่ายในอนาคต
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นด้วยความร่วมมือของ คุณธัญวลัย เดชเจริญจิรดา จากมูลนิธิการกุศลซันตง (Golden Sunshine) ไต้หวัน–ไทย, คุณภัทรา จิราธิวัฒน์ จากเครือเซ็นทรัล, คุณ Linda Cheng จากริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก, คุณ Toby Lu จาก Skyline Film, คุณโอลิเวอร์ เย้ จาก Wide Faith Group, ร้านไก่ทอด Super Chicken และนายจวง จื้อเหยา ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Food & Drinks ทั้งนี้ กิจกรรมยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมนักธุรกิจไต้หวันในหลายภูมิภาคของประเทศไทย ภายหลังการฉายสารคดียังได้จัดกิจกรรมเสวนากับคุณเซียว จวี๋เจิน ผู้กำกับสารคดี และคุณเสิ่น ยี่อิ่ง ผู้ร่วมผลิตสารคดี พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิด และเบื้องหลังการถ่ายทำให้แก่ผู้ชมอย่างใกล้ชิด
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ใช้โอกาสดังกล่าวประชาสัมพันธ์ “แพลตฟอร์มบริการบุคลากรด้านเทคโนโลยี ไต้หวัน–ไทย” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญผู้ประกอบการอาหารจากไต้หวันเข้าร่วมจัดแสดงอาหารสุดพิเศษให้ผู้เข้าชมได้ลิ้มลอง
กิจกรรมฉายสารคดีทั้ง 4 รอบ มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน ครอบคลุมตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และวงการวัฒนธรรม รวมถึงประชาชนผู้สนใจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ส่งผลให้กิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ดังที่คาดหวังทุกประการ











